MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"มิยาโตวิช"ฮีโร่มาดเซอร์จากนัดชิงเจ้ายุโรป

จัดว่าเคยเป็นนักเตะชั้นเชิงสูงตามแบบฉบับของชาติลูกหนังในยุโรปฝั่งตะวันออกได้ด้วยเหมือนกัน แม้จะสวมบทเป็นหัวหอกคอยยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า แต่กลับเลือกสวมใส่เสื้อหมายเลข 8 และเป็นหนุ่มมาดเซอร์จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปด้วยเลย สำหรับ เปแดร็ก มิยาโตวิช ตำนานดาวเตะของอดีตทีมชาติยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 90 และเคยสร้างชื่อจากการเป็น "ฮีโร่" ให้ทัพลูกหนัง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ในนัดชิงเจ้าสโมสรยุโรปมาแล้วด้วย  

เปแดร็ก มิยาโตวิช เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 1969 ที่เมืองติโตกราด ประเทศยูโกสลาเวีย (ประเทศเซอร์เบียในปัจจุบัน) เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ บูดุคนอสต์ ติโตกราด ในบ้านเกิดเมื่อปี 1987 และสร้างชื่อจากการเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติยูโกสลาเวียชุดแชมป์เยาวชนชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ทีประเทศชิลี ในปี 1987 ได้ด้วย โดยนัดชิงสามารถเฉือนชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมันตะวันตก ในช่วงดวลจุดโทษตัดสินได้แบบหวุดหวิด หลังจากนั้นได้ย้ายไปร่วมทัพ ปาร์ติซาน เบลเกรด ยักษ์ใหญ่ของวงการลูกหนังยูโกสลาเวียในปี 1990 พร้อมผลงานโชว์ผลงานจากการยิงประตูได้แบบต่อเนื่อง จึงเป็นใบเบิกทางให้ได้ย้ายไปเล่นในต่างแดน แม้จะชวดไปวาดลวดลายในศึกยูโร 1992 ที่ประเทศสวีเดน แบบน่าเสียดาย เพราะตอนนั้นเกิดสงครามภายในประเทศ ทำให้ทีมบ้านเกิดถูกลงโทษแบนจากเกมระดับชาติไปก่อน

เนื่องจาก "ค้างคาวไฟ" บาเลนเซีย ทีมดังแห่งศึกลาลีกา สเปน ได้คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 1993 และทำผลงานได้น่าประทับใจเสียด้วย จึงได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักฟุตบอลต่างชาติยอดเยี่ยมแห่งปีของเมืองกระทิงดุในฤดูกาล 1995/1996 เพราะยิงประตูได้มากถึง 28 ประตูจากการลงเล่นในศึกลาลีกาไปทั้งหมด 40 นัด (ในสมัยนั้น ศึกลาลีกา มีทั้งหมด 22 สโมสร และต้องลงเตะกันทั้งหมด 42 เกมต่อหนึ่งซีซั่น) หลังจากนั้น เปแดร็ก มิยาโตวิช ได้ย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรระดับโลก เพราะได้สัญญากับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลสเปนในปี 1996

ในปี 1998 ได้สร้างผลงานระดับตำนานจากการเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ เรอัล มาดริด เฉือนชนะ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1-0 ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ "ราชันชุดขาว" ได้กลับมายึดบัลลังก์ "เจ้าสโมสรยุโรป" เป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปีด้วย และติดทีมชาติยูโกสลาเวียไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่จอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เพราะเป็นคนซัดลูกจุดโทษในช่วงระหว่างเกมพลาดเสียด้วย จึงปราชัยให้กับ ฮอลแลนด์ แบบหวุดหวิด 1-2

หลังจากนั้น เปแดร็ก มิยาโตวิช ได้ตัดสินใจโบกมืออำลา เรอัล มาดริด เพื่อย้ายไปร่วมทัพ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนติน่า ในปี 1999 เพราะตอนนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของอาชีพค้าแข้งเสียแล้ว จึงอยากย้ายไปเล่นให้กับทีมลูกหนังที่พร้อมเปิดโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงแบบต่อเนื่อง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเสียเท่าไรนัก จึงย้ายกลับไปโชว์ฝีเท้าในศึกลาลีกาอีกครั้ง โดยย้ายซบ "ค้างคาวน้อย" เลบันเต้ ในปี 2002 ก่อนจะประกาศ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2003

ส่วนชีวิตในช่วงหลังเลิกอาชีพค้าแข้งยังคงวนเวียนอยู่ในวงการลูกหนัง แต่ไม่ได้หันไปเอาดีด้านงานโค้ชเหมือนอย่างอดีตนักฟุตบอลชื่อดังหลายๆ คน โดยเคยได้รับการแต่งตั้งให้สวมบทเป็นผู้อำนวยการสโมสร เรอัล มาดริด ระหว่างปี 2006-2009 ก่อนจะหันไปสวมบทเป็นเอเยนต์คอยทำหน้าที่เป็นนายหน้าเพื่อดูแลผลประโยชน์ให้กับนักเตะที่เป็นลูกค้าทั้งหลายนั่นเอง  

  

ความสำเร็จ
ปาร์ติซาน เบลเกรด

- แชมป์ยูโกสลาฟ 1 สมัย ในปี 1993
- แชมป์ยูโกสลาฟ คัพ ในปี 1992

เรอัล มาดริด
- แชมป์ลาลีกา สเปน 1 สมัย ในปี 1997
- แชมป์ซูเปอร์โคปา เด เอสปันญ่า 1 สมัย ในปี 1997 
- แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ในปี 1998
- แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ (สโมสรโลก) 1 สมัย ในปี 1998

ฟิออเรนติน่า
- แชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ในปี 2001

เกียรติประวัติส่วนตัว
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเซอร์เบีย (ยูโกสลาเวีย) 3 สมัย ในปี 1992, 1993, 1998
- นักฟุตบอลต่างชาติยอดเยี่ยมของศึกลาลีกา สเปน 1 สมัย ในปี 1996
- ติดทีมชาติยูโกสลาเวีย (เซอร์เบีย) ระหว่างปี 1989-2003 ทั้งหมด 73 นัด ยิงประตูได้ 27 ลูก   

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


09/11/2020 0