MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"เลาดรู๊ปคนน้อง" หนุ่มพเนจรเดนิชไดนาไมต์

เคยฝากผลงานจากการโชว์ฝีเท้าในช่วงทศวรรษ 90 เอาไว้มากมายเลยเหมือนกัน สำหรับ ไบรอัน เลาดรู๊ป ตำนานแนวรุกทีมชาติเดนมาร์ก ซึ่งเคยสวมบทเป็นหนุ่มพเนจรจากการย้ายไปค้าแข้งกับหลายๆ สโมสรในหลายๆ ประเทศนั่นเอง และเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติเดนมาร์กชุดสร้างประวัติศาสตร์แบบช็อกโลกมาแล้วด้วย แม้ในช่วงหลังเลิกเล่นฟุตบอลจะต้องเผชิญหน้ากับโรคร้าย แต่ได้ฮึดสู้จนสามารถหายขาดได้สำเร็จ  

ไบรอัน เลาดรู๊ป เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1969 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อตอนสมัยที่ ฟินน์ เลาดรู๊ป ผู้เป็นพ่อที่เคยเป็นอดีตกองหน้าทีมชาติเดนมาร์กในช่วงทศวรรษ 70 ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ วีเนอร์ ในดินแดนแห่งแม่น้ำดานูบนั่นเอง และเป็นน้องชายของ ไมเคิล เลาดรู๊ป ตำนานกองกลางทีมชาติเดนมาร์กด้วยเช่นกัน โดยได้ย้ายกลับสู่ดินแดนโคนมเพื่อไปเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ บรอนด์บี้ ในปี 1986 ก่อนจะฉายแววจากการยืนเล่นในแนวรุก เพราะเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ที่สวมบทเป็นปีกริมเส้น, กองกลางตัวรุก รวมถึงกองหน้าได้ด้วย

หลังจากนั้น ไบรอัน เลาดรู๊ป ได้เริ่มต้นเส้นทางพเนจรจากการย้ายไปค้าแข้งในถิ่นต่างแดน โดยได้ย้ายไปร่วมทัพ ไบเออร์ เออร์ดิงเก้น ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อปี 1989 และโชว์ฟอร์มเข้าตา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จึงได้ย้ายไปร่วมทัพมหาอำนาจลูกหนังแห่งเมืองเบียร์ในปี 1990 ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลค่าตัวแพงที่สุดของเยอรมนีในสมัยนั้นด้วยราคา 6 ล้านดอยช์มาร์ก หรือเทียบเท่ากับราวๆ 3 ล้านยูโรในยุคปัจจุบัน ก่อนจะถูกปล่อยให้ย้ายซบ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนติน่า ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อปี 1992 เพราะเริ่มมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง

ในช่วงปี 1992 ไบรอัน เลาดรู๊ป ถูกเรียกตัวให้เป็นหนึ่งในขุนพลแข้งของทีมชาติเดนมาร์ก ซึ่งมีสมญานามว่า "เดนิช ไดนาไมต์" (Danish Dynamite) มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 80 เพราะเล่นเกมรุกได้แบบตื่นเต้นเร้าใจเหมือนลูกระเบิด เพื่อสู้ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ "ยูโร 1992" ที่ประเทศสวีเดน แม้จะไม่ผ่านรอบคัดเลือกเสียด้วยซ้ำ แต่ได้สิทธิ์ไปฟาดแข้งในฐานะ "มวยแทน" แบบส้มหล่น เนื่องจาก ประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งเป็นทีมแชมป์กลุ่มร่วมสายเดียวกันถูกแบนจากเกมระดับชาติด้วยเหตุผลเรื่องการเมืองก่อนจะล่มสลายแยกออกเป็นหลายๆ ชาติในเวลาถัดมา ก่อนจะสร้างตำนาน "เทพนิยานเดนส์" เพราะสามารถตะลุยไปผงาดคว้าแชมป์ได้แบบช็อกโลก โดยนัดชิงเป็นฝ่ายชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แชมป์ฟุตบอลโลก 1990 แบบพลิกล็อก 2-0

สำหรับปีแรกของการค้าแข้งในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งเคยได้รับการยกย่องให้เป็นลีกลูกหนังเบอร์หนึ่งในยุคนั้น ปรากฎว่า ไบรอัน เลาดรู๊ป ทำผลงานไม่เข้าตาเอาเสียเลย แม้จะอยู่ร่วมทีมต้นสังกัดเดียวกับพวกแข้งในสมัยนั้นอีกหลายคน โดยเฉพาะ สเตฟาน เอฟเฟ่นแบร์ก และ "บาติโกล์" กาเบรียล บาติสตูต้า ทว่า ฟิออเรนติน่า กลับกระเด็นตกชั้นในช่วงหลังจบฤดูกาล 1992/1993 จึงต้องปล่อยให้ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ยืมตัวไปใช้งานในปี 1993 แม้จะอยู่ในทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 1994 ได้ด้วย แต่แทบจะไม่ได้ลงสนามเลยเสียซ้ำ

ทำให้ ไบรอัน เลาดรู๊ป ต้องเป็นหนุ่มพเนจรอีกครั้ง โดย กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ทีมมหาอำนาจลูกหนังของสกอตแลนด์ได้คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 1994 และมีส่วนช่วยให้ทีมกวาดแชมป์ในดินแดนวิสกี้ได้หลายรายการ ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงหลังโชว์ฟอร์มแจ่มจากศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่อยู่ค้าแข้งในเมืองผู้ดีได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน เพราะไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน จึงตัดสินใจย้ายกลับสู่มาตุภูมิไปร่วมทัพ โคเปนฮาเกน ยักษ์ใหญ่แห่งเดนมาร์กในช่วงปีเดียวกัน และได้ย้ายไปร่วมทัพ อาแจ๊กซ์ ในฮอลแลนด์เมื่อปี 1999 ซึ่งเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพนักเตะ เพราะได้ประกาศ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2000 โดยเคยผ่านการโชว์ฝีเท้าในลีกต่างๆ ถึง 6 ประเทศด้วยกัน

ส่วนชีวิตในช่วงหลังเลิกอาชีพค้าแข้งไม่เคยรับงานเป็นกุนซือเลย แต่หันไปรับจ็อบเป็นนักวิเคราะห์เกมลูกหนังในเดนมาร์กอยู่บ่อยๆ โดยในปี 2010 ไบรอัน เลาดรู๊ป ได้เปิดเผยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และในช่วงปี 2020 ได้ยืนยันว่าหายป่วยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังใช้เวลารักษาตัวเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว     

ความสำเร็จ
บรอนด์บี้

- แชมป์ลีกเดนมาร์ก 2 สมัย ในปี 1987, 1988

บาเยิร์น มิวนิค 
- เดเอฟเบ ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1990

เอซี มิลาน
- แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1 สมัย ในปี 1994
- แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ในปี 1994

กลาสโกว์ เรนเจอร์ส
- แชมป์สกอตติช พรีเมียร์ลีก 3 สมัย ในปี 1995, 1996, 1997
- แชมป์สกอตติช คัพ 1 สมัย ในปี 1996
- แชมป์สกอตติช ลีก คัพ 1 สมัย ในปี 1997

เชลซี
- แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1998

ทีมชาติเดนมาร์ก
- แชมป์ยูโร 1 สมัย ในปี 1992
- แชมป์ฟีฟ่า คอนเฟเดเรชั่น คัพ 1 สมัย ในปี 1995

เกียรติประวัติส่วนตัว
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของเดนมาร์ก ในปี 1989, 1992, 1995, 1997
- ติดทีมชาติเดนมาร์กระหว่างปี 1987-1998 ทั้งหมด 82 เกม ยิงประตูได้ 21 ลูก

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


  


02/11/2020 0