MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"ดาอี" ราชาดาวยิงหน้าหนวดจากอิหร่าน

คู่ควรกับสมญานามที่ว่า "ราชาลูกหนังแห่งเปอร์เซีย" หรือ King of Persia อย่างแท้จริงๆ สำหรับ อาลี ดาอี ตำนานกองหน้าทีมชาติอิหร่านในช่วงทศรรษ 90 เจ้าของความสูง 192 เซนติเมตร ซึ่งมีเอกลักษณ์ประจำตัวคือการไว้หนวดแล้วยืนล่าตาข่ายทั้งในเกมระดับสโมสร รวมถึงระดับเกมระดับชาติที่จะสวมใส่หมายเลข 10 ในยามรับใช้บ้านเกิดอยู่เป็นประจำ และยิงประตูในช่วงตลอดอาชีพค้าแข้งได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะในเกมระดับชาติที่ยังคงครองสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาล นอกจากนี้ยังกลายเป็นนักเตะชาวเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรป แถมยังเคยได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปเอเชียอีกด้วย  

อาลี ดาอี เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 1969 ที่เมืองอาร์ดาบิล ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นชาติยักษ์ใหญ่ตรงอ่าวเปอร์เซียในดินแดนตะวันออกของทวีปเอเชีย โดยเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยตำแหน่งกองหน้าตัวเป้ากับ เอสเตกฮัล อาร์ดาบิล ในปี 1987 และย้ายไปร่วมทัพ ทาซิรานี่ ในปี 1989 แต่มาเริ่มฉายแววกับ แบงค์ เทจารัต ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศในปี 1990 และฝากผลงานยิงประตูได้มากถึง 49 ลูกจากการลงเล่น 75 เกม ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ เปอร์ซิโปลิส ยักษ์ใหญ่ของลีกลูกหนังอิหร่านในปี 1994 หลังจากนั้นได้ย้ายไปโชว์ฝีเท้าในประเทศเพื่อนร่วมกับ อัล ซาดด์ ในกาตาร์ช่วงปี 1996 ก่อนจะชีพจรลงเท้าได้ย้ายไปล่าตาข่ายในทวีปยุโรป

ในปี 1997 อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ ทีมลูกหนังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้เซ็นสัญญาคว้า อาลี ดาอี มาเสริมทัพพร้อมกับ คาริม บาเกรี่ เพื่อนร่วมชาติเดียวกัน และยิงประตูในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์ได้ทั้งหมด 7 ลูกจากการลงสนามทั้งหมด 25 เกม ทำให้ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมฟุตบอลระดับโลกตัดสินใจดึงมาร่วมทีมในปี 1998 แม้จะได้จารึกชื่อเป็นนักเตะจากทวีปเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และคว้าแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี กับ แชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในปี 1999 ได้ด้วย แต่ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเสียเท่าไรนัก เพราะนั่งเป็นตัวสำรองเสียตลอดเลย จึงได้ย้ายไปร่วมทัพ "หญิงชรา" แฮร์ธา เบอร์ลิน ในปี 1999 ก่อนจะหวนกลับคืนสู่ดินแดนตะวันออกกลางอีกครั้ง เพราะเข้าสู่ช่วงบั้นปลายของอาชีพนักฟุตบอลแล้วนั่นเอง

ทำให้ อาลี ดาอี ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับ อัล ชาบับ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2002 หลังจากนั้นได้ย้ายกลับบ้านเกิดไปร่วมทัพ เปอร์ซิโปลิส อีกครั้งในปี 2003 และได้ย้ายไปอยู่กับ ซาบา แบตเตอรี่ ในปี 2004 ก่อนจะย้ายไปล่าตาข่ายกับ ไซปา ในปี 2006 ซึ่งเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพนักเตะ และพ่วงตำแหน่งเป็นกุนซือคุมทีมไปด้วย หลังจากนั้นได้ประกาศ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2007 เพื่อหันไปสวมบทเป็นกุนซือแบบเต็มตัวนั่นเอง โดยเคยคุมทีมชาติอิหร่านช่วงสั้นๆ ในปี 2008-2009 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเสียเท่าไรนัก จึงกลับไปรับงานคุมทีมให้หลายๆ สโมสรในบ้านเกิด ไม่ว่าจะเป็น เปอร์ซิโปลิส, ซาบา คอม, นาฟท์ เตหะราน และ ไซปา อีกรอบจนถึงปี 2019 ก่อนจะหันมาทำธุรกิจแบบจริงจัง เพราะยังคงเป็นเจ้าของกิจการ ดาอี สปอร์ต ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา และอุปกรณ์กีฬามาตั้งแต่ปี 2009

ส่วนผลงานในเกมระดับชาติเคยรับใช้บ้านเกิดระหว่างปี 1993-2006 โดยลงสนามไปทั้งหมด 149 นัด และเคยผ่านการลงเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส และศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี จึงยังคงครองสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในเกมระดับชาติด้วยจำนวน 109 ประตู    

ความสำเร็จ
เปอร์เซโปลิส
- แชมป์ฟุตบอลลีกอิหร่าน 1 สมัย ในปี 1996

บาเยิร์น มิวนิค
- แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี 1 สมัย ในปี 1999
- แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย ในปี 1999
- รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 1999

ซาบา แบตเตอรี่
- แชมป์ฮาซฟี่ คัพ 1 สมัย (เอฟเอ คัพ) 1 สมัย ในปี 2005
- แชมป์อิหร่าน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 2005

ไซปา
- แชมป์ฟุตบอลลีกอิหร่าน 1 สมัย ในปี 2007

ทีมชาติอิหร่าน
- เหรียญทองฟุตบอลชายเอเชียน เกมส์ 2 สมัย ในปี 1998, 2002

เกียรติประวัติส่วนตัว
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปเอเชีย ในปี 1999
- ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในเกมระดับชาติ 109 ประตู
- ติดทีมชาติอิหร่านระหว่างปี 1993-2006 ทั้งหมด 149 นัด ยิงได้ทั้งสิ้น 109 ลูก

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


30/10/2020 0