MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"ชิลาเวิร์ต" ต้นแบบนายด่านจอมล่าตาข่าย

สถาปนาตัวเองเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูระดับโลกในช่วงทศวรรษ 90 และเป็นต้นแบบของนายทวารจอมล่าตาข่ายด้วยเช่นกัน สำหรับ โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ตำนานนายด่านทีมชาติปารากวัย ซึ่งเป็นนักเตะจอมดุเดือดที่เคยวิ่งขึ้นไปยิงประตูได้อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะการรับหน้าที่เหมายิงลูกนิ่งจากลูกจุดโทษ รวมถึงลูกฟรีคิกอีกต่างหาก จึงได้รับสมญานามให้เป็น "เอล บูลด็อก" (El Buldog) ตามตัวการ์ตูนบนลายเสื้อที่ชอบสวมใส่ลงสนามในยามที่ยืนเฝ้าเสาระดับสโมสรอยู่เป็นประจำ 

โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต มีชื่อเต็มว่า โฮเซ่ หลุยส์ เฟลิกซ์ ชิลาเวิร์ต กอนซาเลซ เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1965 ที่เมืองลูเก้ ในประเทศปารากวัย เริ่มอาชีพค้าแข้งด้วยการยืนเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ สปอร์ติ้ง ลูเก้โน่ ในบ้านเกิดเมื่อปี 1982 และได้ฝึกซ้อมการยิงลูกจุดโทษ รวมถึงการสังหารลูกฟรีคิกในระยะต่างๆ อยู่เป็นประจำ จึงได้มอบหมายให้ทำหน้าที่เหมาซัดลูกนิ่งมานานแล้ว โดยในปี 1983 สามารถยิงจุดโทษในทีมต้นสังกัดแรกในชีวิตได้ถึง 4 ประตู ก่อนจะย้ายไปยืนเฝ้าเสาให้ กัวรานี่ และอยู่ในทีมชุดแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเมื่อปี 1984 ด้วย

หลังจากนั้น โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ได้ย้ายไปเล่นในต่างแดน โดยไปยืนเฝ้าเสาในอาร์เจนติน่าให้กับ ซาน ลอเรนโซ่ เมื่อปี 1985 ก่อนจะย้ายไปโชว์ฝีมือการเซฟประตูในทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก เพราะได้ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล ซาราโกซ่า ในปี 1988 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเสียเท่าไรนัก จึงได้ย้ายกลับมาค้าแข้งในดินแดนฟ้าขาวเพื่อร่วมทัพ เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 1991 และกลายเป็นช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลจากการสถาปนาตัวเองขึ้นไปเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้รักษาประตูได้สำเร็จ

นอกจากจะมีฝีมือการเซฟประตูที่เหนียวหนึบแล้ว โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ยังสร้างชื่อจากการเป็นผู้รักษาประตูจอมดุเดือดที่เติมเกมบุกขึ้นไปยิงประตูได้อยู่เป็นประจำ โดยมีส่วนช่วยให้ เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เข้าป้ายแชมป์สโมสรอเมริกาใต้ "โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส" ในปี 1994 รวมถึงแชมป์สโมสรโลกจากการเอาชนะ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน แชมป์ยุโรปจากอิตาลี 2-0 ในช่วงปีเดียวกัน และเคยได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ในปี 1996 หลังจากนั้นได้กลายเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกจากการลงสนามรับใช้บ้านเกิดในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส

โดย โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต ได้จารึกชื่อเป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่รับหน้าที่สังหารฟรีคิกในเกมรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก แต่ยิงไม่เข้าในเกมที่เสมอ บัลแกเรีย 0-0 เมื่อปี 1998 และได้จารึกชื่อเป็นนายทวารคนแรกของโลกที่สามารถทำ "แฮตทริก" เหมาคนเดียว 3 ประตูในปี 1999 จากการสังหารจุดโทษในนัดที่ไล่ถล่ม แฟร์โร่ คาร์ริล โอเอสเต้ 6-1 หลังจากนั้นได้กลับไปค้าแข้งในทวีปยุโรปอีกครั้ง เพราะได้ย้ายไปยืนเฝ้าเสาให้ สตาร์สบูร์ก ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อปี 2001 ก่อนจะย้ายกลับคืนสู่ดินแดนละตินไปร่วมทัพ เพนารอล ในลีกลูกหนังอุรุกวัยเมื่อปี 2003 และได้ประกาศ "แขวนถุงมือ" เลิกเล่นฟุตบอลในช่วงหลังย้ายกลับไปร่วมทัพ เวเลซ ซาร์สฟิลด์ ซึ่งเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งเมื่อปี 2004

ส่วนในช่วงหลังเลิกเล่นฟุตบอลได้รับจ็อบเป็นนักวิจารณ์เกมลูกหนังผ่านทางโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ โดย โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต เป็นเจ้าของสถิตินายทวารที่ยิงประตูได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกด้วยจำนวน 67 ลูก ตามหลัง โรเจริโอ เซนี่ ตำนานนายด่านชาวบราซิเลียนของ เซา เปาโล ซึ่งรั้งอันดับ 1 ด้วยจำนวน 131 ประตูเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

ความสำเร็จ
กัวรานี่

- แชมป์พรีเมร่า ดิวิชั่น 1 สมัย ในปี 1984

เวเลซ ซาร์สฟิลด์
- แชมป์พรีเมร่า ดิวิชั่น 4 สมัย ในปี 1993, 1995, 1996, 1998
- แชมป์โคปา ลิเบอร์ตาโดเรส 1 สมัย ในปี 1994
- แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ (สโมสรโลก) 1 สมัย ในปี 1994
- แชมป์ซูเปอร์โคปา ซูดอเมริกาน่า 1 สมัย ในปี 1996
- แชมป์ริโคปา ซูดอเมริกาน่า 1 สมัย ในปี 1997

สตาร์สบูร์ก
- แชมป์เฟรนซ์ คัพ 1 สมัย ในปี 2001

เพรานอล
- แชมป์พรีเมร่า ดิวิชั่น 1 สมัย ในปี 2003

เกียรติประวัติส่วนตัว
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของอาร์เจนติน่า ในปี 1996
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ ในปี 1996
- ติดทีมชาติปารากวัยระหว่างปี 1989–2003  ทั้งหมด 74 เกม ยิงประตูได้ 8 ลูก

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


 


28/10/2020 0