MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"ซาลาส" ดาวยิงเอลมาทาดอร์จากชิลี

ด้วยลีลาการเล่นที่เต็มไปด้วยทักษะตามแบบฉบับของกองหน้าจอมปิดบัญชี โดยเฉพาะจังหวะหลอกล่อคู่ต่อสู้แล้วเลี้ยงบอลหลุดเข้าไปยิงประตูได้อยู่เป็นประจำ ทำให้ มาร์เซโล่ ซาลาส ตำนานกองหน้าทีมชาติชิลีได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงช่วงทศวรรษ 90 ด้วยเช่นกัน และได้รับสมญานามให้เป็น "เอล มาทาดอร์" ไปด้วย เพราะมีสไตล์การเล่นที่เปี่ยมไปด้วยลูกล่อลูกชนในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับกองหลังของทีมฝั่งตรงข้ามเหมือนกับนักสู้วัวกระทิงเลยนั่นเอง  

มาร์เซโล่ ซาลาส เกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1974 เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี ทีมยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดเมื่อปี 1993 โดยมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมต้นสังกัดแรกในชีวิตคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ถึง 2 สมัยซ้อน ในปี 1994 และ 1995 จากการสอยตาข่ายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ และมีท่าฉลองการยิงประตูที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย นั่นก็คือ การนั่งย่อตัวให้เข่าซ้ายแตะพื้นสนามแล้วชูมือขวาเอานิ้วชี้ขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งเป็นภาพที่บรรดาแฟนบอลรุ่นเก๋าน่าจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี

หลังจากนั้น มาร์เซโล่ ซาลาส ได้มีโอกาสย้ายไปค้าแข้งให้อีกหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้ นั่นก็คือ ริเวอร์เพลท ในปี 1996 และมีส่วนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอาร์เจนติน่าได้ด้วย จึงได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ในปี 1997 อีกด้วย ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกจากการลงสนามรับใช้บ้านเกิดในศึกฟุตบอลกระชับมิตรนัดบุกไปชนะ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ถึงเวมบลีย์ 2-0 เมื่อปี 1998 เพราะจัดการซัดเบิ้ลเหมาคนเดียวทั้ง 2 ประตูนั่นเอง พร้อมกับต่อยอดไปสู่การเป็นยอดดาวยิงในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้ด้วย โดยสอยตาข่ายได้ถึง 4 ลูกจากการลงเล่นทั้งหมด 4 เกม หลังจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายจากการพ่าย "แซมบ้า" บราซิล 1-4

จึงเป็นเหมือนใบเบิกทางให้ มาร์เซโล่ ซาลาส ได้ย้ายมาโชว์ฝีเท้าในลีกลูกหนังยุโรป โดย "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ ทีมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ดึงมาเสริมความคมในช่วงหลังจบศึกฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งเป็นยุคที่ทีมเมืองหลวงของดินแดนมะกะโรนีทุ่มเงินซื้อพวกแข้งดังเข้ามาเสริมทัพเป็นว่าเล่นเลย และมีส่วนช่วยสำคัญที่ช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้แบบต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้ในปี 2000 หลังจากนั้นได้ย้ายไปร่วมทัพ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ในปี 2001 แต่กลับกลายเป็นช่วงขาลงไปเสียแล้ว

เนื่องจาก มาร์เซโล่ ซาลาส มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนแบบต่อเนื่องเลย จึงไม่ค่อยได้ลงสนามล่าตาข่ายให้ "ม้าลาย" เสียเท่าไรนัก และกลายเป็นส่วนเกินไปด้วย ก่อนที่จะถูกปล่อยให้ 2 ทีมเก่ายืมตัวไปใช้งาน โดยย้ายซบ ริเวอร์เพลท ระหว่างปี 2003–2005 และ ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี ระหว่างปี 2005–2006 หลังจากนั้นได้ย้ายซบ ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี แบบถาวรในช่วงหลังหมดสัญญากับ ยูเวนตุส เมื่อปี 2006 และกลายเป็นทีมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งด้วย เพราะได้ประกาศ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลในปี 2008 ด้วยวัย 33 ปี และไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับวงการลูกหนังโลกอีกเลย       

ความสำเร็จ
ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี
- แชมป์พรีเมร่า ดิวิชั่น เดอ ชิลี 2 สมัย ในปี 1994, 1994

ริเวอร์เพลท
- แชมป์อาร์เจนไตน์ พรีเมร่า ดิวิชั่น 3 สมัย ในปี 1996, 1997, 2004
- แชมป์ซูเปอร์โคปปา ซูดอเมริกาน่า 1 สมัย ในปี 1997

ลาซิโอ
- แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1 สมัย ในปี 2000
- แชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ในปี 2000
- แชมป์ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า 2 สมัย ในปี 1998, 2000
- แชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ในปี 1999
- แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1999

ยูเวนตุส
- แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัย ในปี 2002, 2003
- แชมป์ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า 1 สมัย ในปี 2002

เกียรติยศส่วนตัว
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปอเมริกาใต้ ในปี 1997
- นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของอาร์เจนติน่า ในปี 1997
- นักกีฬาแห่งปีของชิลี ในปี 1997
- นักกฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของชิลี 2 สมัย ในปี 1997, 1998
- ติดทีมชาติชิลี ระหว่างปี 1994-2007 ทั้งหมด 70 นัด ยิงประตูได้ 37 ลูก

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


26/10/2020 0