MDN

ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ตลอด 24 ชั่วโมง


"รุย คอสต้า" ยอดจอมทัพคู่ควรกับเบอร์10

เคยได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอด "เพลย์เมกเกอร์" ช่วงทศวรรษ 90 ด้วยเช่นกัน สำหรับ รุย คอสต้า ตำนานกองกลางทีมชาติโปรตุเกสในยุคเกรียงไกรของศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี จากการที่เคยสถาปนาเป็นลีกลูกหนัง "เบอร์หนึ่ง" ของโลกมาก่อน และเป็นหนึ่งในนักเตะที่คู่ควรกับการสวมเสื้อเบอร์ 10 ซึ่งเป็นเหมือนหมายเลขประจำตัวของพวกผู้เล่นในตำแหน่งจอมทัพตัวปั้นเกมรุกระดับโลกนั่นเอง เพราะเคยฝากผลงานเมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งเอาไว้มากมายเลย   

รุย คอสต้า มีชื่อเต็มว่า รุย มานูเอล เซซาร์ คอสต้า เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1972 เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ "เหยี่ยวลิสบอน" เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดเมื่อช่วงปี 1990 หลังจากที่ได้รับการเลื่อนชั้นจากทีมเยาวชนให้ก้าวเท้าขึ้นมาเล่นกับชุดใหญ่นั่นเอง และสามารถแจ้งเกิดแบบเต็มตัวจากการรับใช้ทีมชาติโปรตุเกสชุดคว้าแชมป์เยาวชนชิงแชมป์โลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีบนแผ่นดินเกิดเมื่อปี 1991 ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็น "โกลเด้น เจเนอเรชั่น" หรือยุคทองของทัพลูกหนังจากดินแดนฝอยทอง เพราะอุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีหลายคนเลย โดยเฉพาะ หลุยส์ ฟิโก้ ตำนานแข้งรุ่นราวคราวเดียวกัน

หลังจากนั้น รุย คอสต้า มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ "เหยี่ยวลิสบอน" เข้าป้ายแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ "พรีเมียร่า ลีกา" ในฤดูกาล 1993/1994 และเป็นเหมือนใบเบิกทางให้ได้ย้ายไปโชว์ฝีเท้าในต่างแดนอีกด้วย เนื่องจาก เบนฟิก้า ประสบปัญหาเรื่องการเงินในช่วงนั้นพอดี จึงตัดสินใจขายให้ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนติน่า ซึ่งได้เลื่อนชั้นกลับคืนสู่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในปี 1994 เพื่อไปผนึกกำลังกับ "บาติโกล์" กาเบรียล บาติสตูต้า ตำนานดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่านั่นเอง

ทำให้ รุย คอสต้า ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน "เพลย์เมกเกอร์" หรือผู้เล่นในตำแหน่งจอมทัพที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังอิตาลีไปด้วย เพราะเป็นตัวปั้นเกมที่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้แบบมีชั้นเชิง ทว่าดาวเตะชาวโปรตุกีสต้องจำใจย้ายทีมในปี 2001 หลังปักหลักค้าแข้งอยู่ในถิ่นอาร์เตมิโอ ฟรังคี่ มานานถึง 7 ปี เนื่องจาก "ม่วงมหากาฬ" ประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก จึงตัดสินใจขายให้ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ทีมคู่แข่งร่วมลีกเดียวกันด้วยค่าตัวที่เคยเป็นสถิติแพงที่สุดของสโมสรในยุคนั้นสูงถึง 41 ล้านยูโรเลยทีเดียว

                

แม้ว่าในช่วงที่โชว์ฝีเท้าให้ เอซี มิลาน จะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นประจำ แต่ รุย คอสต้า ยังมีส่วนช่วยให้ต้นสังกัดประสบความสำเร็จแบบต่อเนื่องจากการคว้าแชมป์ได้หลายรายการ โดยเฉพาะ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2002/2003 และเกือบนำทีมชาติโปรตุเกสเข้าป้ายแชมป์ยูโร 2004 เมื่อตอนที่บ้านเกิดรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพได้ด้วย แต่พลาดท่าแพ้ "เทพนิยาย" ทีมชาติกรีซ ในนัดชิงชนะเลิศไปแบบน่าเสียดาย 1-2 จึงทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์เท่านั้น 

ในช่วงปี 2006 เบนฟิก้า ได้ประกาศคว้า รุย คอสต้า กลับคืนสู่ถิ่นเก่าอีกครั้ง หลังหมดสัญญาค้าแข้งกับ เอซี มิลาน และเป็นช่วงบั้นปลายของชีวิตนักฟุตบอลแล้วด้วย ก่อนจะตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกอาชีพค้าแข้งในปี 2008 เพื่อผันตัวเองไปสวมบทเป็นผู้บริหาร เพราะได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการกีฬาของ "เหยี่ยวลิสบอน" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเป็นผู้อยู่เบี้องหลังการคว้าอดีตดาวเตะฝีเท้าดีมาโชว์ฝีเาในถิ่นเอสตาดิโอ ดา ลุซ หลายคนเลยด้วย

ความสำเร็จ
เบนฟิก้า
- แชมป์พรีเมียร่า ลีกา 1 สมัย ในปี 1994
- แชมป์ทาก้า เดอ โปรตุเกส (โปรตุกีส คัพ) 1 สมัย ในปี 1993

ฟิออเรนติน่า
- แชมป์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย ในปี 1996, 2001
- แชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 1 สมัย ในปี 1996

เอซี มิลาน
- แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1 สมัย ในปี 2004
- แชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ในปี 2003
- แชมป์ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 1 สมัย ในปี 2004
- แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ในปี 2003
- แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ในปี 2003

ทีมชาติโปรตุเกส
- แชมป์เยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 1991
- รองแชมป์ยูโร 2004

เกียรติประวัติส่วนตัว
- ทีมรวมดาราตลอดกาลของ ฟิออเรนติน่า
- หอเกียรติยศของ เอซี มิลาน  
- รับใช้ทีมชาติโปรตุเกส ระหว่างปี 1993-2004 ทั้งหมด 94 นัด ยิงประตูได้ 26 ลูก

 

ลุงป๊อป แฟนพันธุ์แท้

SUPPORT BY : www.rg3vip.com


23/10/2020 0